Monday, September 21, 2009

"ภาวะผู้นำ" โอ้บร๊ะเจ้า

Posted by SulfuriD at 7:55 PM 0 comments

จั่วหัวเรื่องซะวิชาการ ช่างไม่เหมาะกับเราซะนี่กระไร "ภาวะผู้นำ" โอ้บร๊ะเจ้า

หลังจากหลงไปปลื้มกับ คีย์เวิร์ด สภ.พระประแดงอยู่พักใหญ่ ก็กลับมาสู่สภาวะปกติเสียที ที่ดีใจไม่ใช่อ่ะไรหรอก มันเหมือนกับเวลาเราพูดอะไรไว้แล้วทำได้อย่างที่พูด มันหมายถึงค่าของตัวเราเอง ค่าของคน ผมว่าสัจจะมันเป็นสิ่งสำคัญ แต่ว่าตอนนี้คนเราหลงลืมเรื่องนี้กันไปมาก ตอนนี้ผมได้เกิดภาวะผู้นำขึ้นในตัวของตัวเอง เนื่องจากไปตกปากรับคำเพื่อน ๆ กลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งที่เค้าเชื่อในตัวผม ตกลงใจมาเดินตามในเส้นทางที่เราคิดไปเองว่าถูกต้อง เลยต้องทำตัวให้เป็นผู้นำ เหนื่อย แต่ผมว่ามันคุ้มค่า เมื่อรู้ว่ามีคนรอเราอยู่ด้านหลัง มันทำให้เรามีกำลังใจทำงานมีพลังเร้นลับมหาศาล ส่งหนุนเนื่องอยู่ด้านหลังเรา ผมถึงไม่สงสัยเลยว่าเมื่อเวลาคนอยู่ในอำนาจ เค้ามักทำอะไรที่คนทั่วไปนึกไม่ถึงอยู่เสมอ

ครับ ตอนนี้ผม อยู่ในสภาวะนั้น ๆและผมจะทำในสิ่้งที่หลาย ๆ คนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่มีอีกแปดคนเชื่อว่าเป็นไปได้ ผมจะทำมันแบบเต็มความสามารถ ผมสัญญา

นี่ล่ะ ภาวะผู้นำที่เกิดขึ้นในตัวผมตอนนี้ ติดตามโปรเจคนี้ได้ที่ เสียวสมุทรปราการ มันมีอายุ 4 เดือน รอคอยครับคอยที่จะร่วมแสดงความยินดีกับผม หรือคอยโห่ไล่เวลาไม่สำเร็จ คนเค้าจะได้รู้ว่า ไอ้นอทซ่าา มันขี้โม้

จนกว่าจะพบกันใหม่

NotZaa

Friday, May 15, 2009

“ไม่มีใครล้มเหลว มีแต่ล้มเลิกต่างหาก”

Posted by SulfuriD at 1:33 PM 0 comments
ไปอ่านบทความตามที่ต่าง ๆมาหลาย ๆที่ครับแล้วไปเจอคำ ๆ นี้เลยเอามาบันทึกไว้เตือนตัวเองแล้วก็บอกเพื่อน ๆที่หลงเข้ามาอ่านว่าผมยังคงทำทุกอย่างอยู่ครับ ตอนนี้ผมมี 3 blog + 1 website

“ไม่มีใครล้มเหลว มีแต่ล้มเลิกต่างหาก”

Tuesday, May 12, 2009

สิ่งที่ค้นหากับสิ่งที่วิ่งมาหาเรา

Posted by SulfuriD at 12:59 AM 0 comments
เรื่องมีอยู่ว่าผมเนี่ยอยากได้แว่นตาสักอันหนึ่งเอาไว้ใส่ขับรถ (หามาหลายเดือนล่ะ)เวลาเดินทางไกล ๆ ก็ไปหาดูตามร้านแว่น ตลาดนัด ทำยังไงก็ไม่ได้แบบถูกใจเสียที และเนื่องจากวันแรงงานที่ผ่านมา ผมมีภาระกิจต้องไปจังหวัดนครราชสีมากับทางบ้านแต่ ก็ยังคงไม่มีแว่นใส่ต้องทนแสบตาขับรถไป อันที่จริงก็ไม่แสบหรอกนะ (เดินทางกลางคืน แหะ ๆ) เมื่อมาถึงบ้านที่โคราชอยู่ที่อำเภอขามสะแกแสง โดยปกติถ้าจะไปตลาดเราต้องไปที่ตลาดอำเภอขามสะแกแสง แต่วันนั้นไม่รู้นึกยังไง อยากไปดูตลาดอีกอำเภอ จริง ๆ แล้วคิดเผื่อว่าจะได้รูปสวย ๆ มั่ง สรุปเลยไปที่ตลาดอำเภอเมืองคงซึ่งอยู่ห่างไป 20 กิโล แหม ๆ มันสุดยอดศิวิไลเลยมี เซเว่นด้วยเอาล่ะไม่ได้เจอซะนานเข้าไปอัพเดทอะไรในเซเว่นดีกว่า (เซเว่นเนี่ยนะ) และแล้ว ก็ไปป๊ะกะแว่นอันนี้พอดีไม่ต้องคิดเลยล่ะหยิบมาจ่ายตังค์เลย ผมว่าแว่นอันเนี้ยมันเกิดมาเพื่อผม มันจึงต้องวิ่งมาหาผมใช่ม่ะ หรือคุณว่าไม่ใช่ล่ะ

Tuesday, May 5, 2009

อายุกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว

Posted by SulfuriD at 11:59 AM 0 comments
ที่มา : ฟอร์เวิร์ดเมล์
ฮาดีเลยเอามาให้อ่านกัน

ผู้ชายกับผลไม้

1. ชาย อายุ 20 เหมือน มะพร้าว
เปลือกเยอะ เนื้อน้อย เรียกร้องมากมาย แต่ไม่ค่อยให้อะไรตอบแทน

2. ชายอายุ 30 เหมือนทุเรียน
หนามแหลมคม ดูอันตราย แต่อร่อยที่สุด

3. ชายอายุ 40 เหมือนแตงโม
ลูกโต กลมกลิ้ง รอบจัด จับไม่ค่อยได้ ไล่ไม่ค่อยทัน แต่ให้น้ำแตงโมฉ่ำหวานชื่นใจ

4. ชายอายุ ุ 50 เหมือนส้มแมนดาริน
ปีหนึ่งจะมีมาให้ลิ้มรสเพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น

5. ชายอายุ 60 เหมือนลูกเกด
อดีตผลองุ่นที่ไม่มีน้ำองุ่นอีกแล้วตลอด อายุขัย หมดน้ำยา ยู่ยี่และเหี่ยวแห้งลงไปทุกวัน
************************************


ภูมิศาสตร์กับผู้หญิง

1. ผู้หญิง อายุ 15-20 ปี เหมือนแอฟริกา
ดินแดนที่ยังเป็นธรรมชาติ สด บริสุทธิ์ น่าตื่นตาตื่นใจ ท้าทายให้นักเดินทางท่อง สำรวจไปไม่สิ้นสุด

2. ผู้หญิง อายุ 20-30 ปี เหมือนอเมริกา
ถูกสำรวจปรุโปร่งแล้ว สะดวก รู้ งาน คล่องตัว สมบูรณ์แบบที่ สุด

3. ผู้หญิง อายุ 30-35 ปี เหมือน อินเดียกับญี่ปุ่น
ร้อน ลุ่มลึก และงด งาม

4. ผู้หญิง อายุ 35-40 ปี เหมือนฝรั่งเศส
ถูกสงครามทำลายย่อยยับไปแล้วครึ่ง หนึ่ง แต่ส่วนที่ยังหลงเหลืออยู่ ก็ยังพอเป็นที่ปรารถนา!

5. ผู้หญิง อายุ 40-45 ปี เหมือนเยอรมัน
ไร้สงคราม แต่ก็ยังคงซึ่งความหวังอยู่ ดี !

6. ผู้หญิง อายุ 50-60 ปี เหมือนรัสเซีย
กว้างใหญ่ สงบแล้ว แต่ยังเป็นดินแดน ที่ไม่มีใครอยากไป เที่! ยว

7. ผู้หญิงอายุ 60-70 ปี เหมือน อังกฤษ
มีอดีตที่รุ่งเรือง รุ่งโรจน์มากก็ จริง แต่ไร้ซึ่งอนาคต

8. ผู้หญิง อายุ 70 เหมือนไซบีเรีย
ทุกคนรู้ว่ามันอยู่ส่วนไหนของ โลก แต่ไม่ค่อยมีใคร อยากไป เหยียบ
************************************


ผู้หญิง กับกีฬา

1. หญิง อายุ 18-20 เหมือนลูกฟุตบอล
ที่มี ผู้ชาย 20 คน คอยวิ่งไล่แย่งเธออยู่ตลอดเวลา

2. หญิง อายุ 21-25 เหมือนลูกบาสเก็ตบอล
ที่มี ผู้ชาย 10 คน คอยวิ่งไล่แย่งเธออยู่ตลอดเวลา

3. หญิง อายุ 26-29 เหมือนลูกฮอกกี้
ที่มี ผู้ชาย 8 คน คอยวิ่งไล่ล่าเธออยู่ตลอดเวลา

4. หญิง อายุ 30-35 เหมือนปิงปอง
ที่มี ผู้ชาย 2 คน พยายามตีเธอ ให้ออกไปจากเขา อยู่ตลอด เวลา

5. หญิง อายุ 36 เปรียบเสมือนลูกกอล์ฟ
ที่มีผู้ชายเพียงคนเดียว ที่พยายามตีเธอให้ส! ุดแรง เพื่อให้เธอออกห่างไปจากเขาให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ และถ้าตีแล้วลงหลุมเลย ก็ยิงดี




Wednesday, April 29, 2009

'แรงบันดาลใจ หรือ เลียนแบบ' ?!

Posted by SulfuriD at 8:19 AM 0 comments
สืบเนื่องจากเป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ได้อบรมโครงการต้นกล้าอาชีพ แต่ดั้นได้อบรมอยู่ที่ มทร.ธัญบุรี เลยต้องหอบผ้าหอบผ่อนมาเช่าที่พักของมหาลัยอยู่ แล้วเมื่อคืนนอนซะสว่างเลย นอนเจ็ดโมงกว่าตื่นเอา 11 โมงรีบ ๆ ไปเรียนพอไปถึง แหมวิทยากรป่วยซะนี่ไม่มาก็เลยจำเป็นต้องกลับมาที่พัก ที่ตึกดันทำไฟ ไฟดับทั้งตึก โถ่พี่ครับซ่อมท่อน้ำซะดีกว่าอีกพี่ เน๊ตเล่นไม่ได้ คอมเปิดไม่ได้ เลี่ยงไปอ่านหนังสือ อ่าน ไป ๆ ชักเบื่อ อย่ากระนั้นเลย ไปเดินเล่นโลตัส หาหนังสือที่ se-ed อ่านดีฝ่า

เดินไปเดินมาไปได้มาเล่มนึง ข้าง ๆ เนี่ย ฟิ้ว...ว ฉบับเมษายน 2552 อ่านไปอ่านมาไปสะดุดเข้าอยู่เรื่องนึง มันเข้ามาโดนตัวเราอย่างจังเลยแฮะ !! ทำงานด้วย 'แรงบันดาลใจ' แต่ใคร ๆ ก็ว่า
'เลียนแบบ'ในคอลัมน์ ก็มีความคิดเห็นของผู้กำกับทั้งหลาย เช่น
จิม จาร์มุช, มิเชล กอนดรี, ยุทธนา บุญอ้อม, วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง
ต่างก็มีความเห็นต่าง ๆกัน แต่ผมชอบคุณวิศิษฏ์นะ เค้าบอกว่า "ลอกเลียนคือยกมาทั้งดุ้นโดยไม่ได้คิดอะไร ส่วนแรงบันดาลใจบางครั้งทำไปทำมาเหมือนต้นฉบับก็มี เพราคนทำไม่มีความสามารถพอที่จะต่อยอดออกไปเป็นสิ่งใหม่ ตัวตัดสินคือ 'เจตนา' แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่เป็นนามธรรมแต่ตัวคนทำ เท่านั้นที่จะรู้ว่างานที่ตัวเองทำอยู่เป็นแบบไหน "

พอดีไม่ได้เป็นผู้กำกับ แต่อยากแสดงความคิดเห็นกะเค้ามั่ง ไอ้จะเดินไปที่ Office หนังสือเค้าก็คงไม่ให้ลงแน่ ๆ ทำไงได้ Blog นี่ล่ะไม่มีใครว่าด้วยนะเออความคิดของเรานะ อย่างบางคน (เรานี่ล่ะ) ไม่ได้ทำงานศิลปะ ไม่ได้เรียนทางด้านศิลปะ แต่มีหัวใจเป็นศิลปะกะเค้าอยู่หน่อยนึง มามีตอนแก่นี่ล่ะ ก็ต้องเริ่มต้นเรียนรู้สิ แล้วเราจะเริ่มตรงไหน จะจับจุดตรงไหน จินตนาการมันก็ลดน้อยถอยลง มันก็ต้องกระตุ้นจินตนาการกันบ้าง ก็เลียนแบบเอานี่ล่ะว้า เลียนแบบบ้าง ตัดแปะบ้าง ดูคนอื่นเค้าบ้าง แต่เจตนาเราไม่ได้จะลอกเลียนเค้านะ เราแค่หาแนวทางของเราไม่ใช่ลอกดะไปหมด อย่างตอนเราเริ่มทำ Blog เนี่ยเราไม่รู้เริ่มไงถ้าไม่เริ่มก็ฟลัดไปเรื่อยล่ะใช่ป่ะ เอาว่ะไปก๊อบ forword mail ที่ได้รับทุกวันนี้ล่ะมาเริ่ม
มันก็มีก้าวแรก มันก็เกิดแรงบันดาลใจใช่ม่ะ ยืนยัน ๆ ผมไม่ได้เลียนแบบ เพียงแต่ผมแสวงหาแรงบันดาลใจ......จบ

Tuesday, April 28, 2009

ใครเป็นพ่อเด็ก

Posted by SulfuriD at 3:58 PM 0 comments

หนุ่มหนึ่งเดินทางไปทำงานยังต่างแดนเป็นเวลาหนึ่งปี ปล่อยให้เมียสาวที่เพิ่งแต่งงานไม่นานอยู่เฝ้าบ้านเพียงลำพัง พอครบปีเดินทางกลับมาพบว่า เมียสาวของเขาตั้งท้องได้ห้าเดือนกว่าๆแล้ว

สามี : “นี่เธอบอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าใครเป็นพ่อของเด็ก ใช่ไอ้โจเพื่อนร่วมก๊วนสุราของฉันหรือเปล่า ?”

เมียสาวก้มหน้าร้องไห้พร้อมกับส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่ใช่

สามี : “งั้นไอ้ปื๊ดเพื่อนฉันตอนเรียน ป.ตรี ?”

เมียสาวยังคงส่ายหน้า

สามี : “ถ้างั้นต้องเป็นไอ้ปู๊ด เพื่อนเรียน ม.ปลายของฉันแน่ ๆ ใช่หรือเปล่า”

เมียสาวสวนคำทันที : “นี่! คำก็เพื่อนเธอสองคำก็เพื่อนเธอ เพื่อนฉันไม่มีหรือไงยะ ? “

เกิดเป็นสเปิร์ม

Posted by SulfuriD at 10:12 AM 0 comments


ไม่บรรยายล่ะนะฮากันเลย






ทำไมชาวญี่ปุ่นถึงไม่ดื่มชาเขียวเย็น เรื่องจริงที่คนไทยไม่รู้

Posted by SulfuriD at 7:48 AM 0 comments

ชาเขียว เป็นชาที่คนญี่ปุ่นรู้จักกันมานานกว่า 100 ปี
ในขณะที่คนไทยเพิ่งรู้จัก กันไม่เกิน 10 ปีมานี้เอง
คนญี่ปุ่นนิยมดื่มชาเขียวร้อนร้อนกัน เพราะได้พิสูจน์แล้วว่าชาเขียวร้อนมีคุณสมบัติ ลดอนุมูลอิสระที่เป็นพิษในร่างกายคนเราให้ขับออกมาทางอุจจาระ


ชาเขียวสามารถทำให้ร่างกายสามารถขับพิษและลดไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย อันเป็นคุณสมบัติเฉพาะของชาเขียวร้อนที่คนญี่ปุ่น นิยมดื่มกันตั้งแต่เด็กจนแก่

แต่.... คนไทย นิยมดื่มชาเขียวแช่เย็น ซึ่งคนไทยส่วนมากไม่เคยรู้จักคุณสมบัติที่แท้จริง ของชาเขียวเลย
ทำให้คนญี่ปุ่นรุ้สึกขบขันในใจแถมหัวเราะเยาะในใจว่าในอนาคตอันใกล้นี้
คนไทยจะมีร่างกายที่อ่อนแอกว่าคนญี่ปุ่น เพราะอะไรงั้นหรือ...เพราะว่าชาเขียวที่มีคุณอนันต์นั้น
ย่อมมีโทษมหันต์เช่นกัน เพราะชาเขียว จะมีประโยชน์ ต่อร่างกายในขณะที่ร้อนอยู่เท่านั้น ในทางกลับกัน หากดื่มชาเขียวตอนที่เย็นแล้ว กลับทำให้เกิดโทษต่อร่างกาย กล่าวคือ การดื่มชาเขียวแช่เย็น นอกจากไม่ช่วยในการลดอนุมูลอิสระสารพิษออกจากร่างกายได้แล้วยังก่อให้เกิดการเกาะตัวแน่นของ สารพิษดังกล่าวอันเป็นสาเหตุของมะเร็ง นอกจากนี้ ชาเขียวเย็นยังส่งผลให้ไขมันใน ร่่างกายก่อตัวมากขึ้นตามผนังหลอดเลือด และอุดตันตามผนังลำไส้ ทำให้เกิดโรคร้าย ตามมา อาทิเช่น หลอดเลือดหัวใจอุดตัน มะเร็งลำไส้ เส้นเลือดตีบ ฯลฯ เป็นต้น

เรายังมีการทดสอบให้เห็นอย่างง่าย ๆและชัดเจนเกี่ยวกับอันตรายที่กล่าวมาเบื้องต้นนี้ให้ท่านเห็นได้ด้วยตนเอง โดยการนำชาเขียวแช่เย็น ยิ่งเย็นยิ่งเห็นชัด นำมาเทลงในชามก๊วยเตี๊ยวจะพบว่าหลังจากเทชาเขียวแช่เย็นลงไปได้ครู่เดียว จะมีคราบไขมันลอยเห็นเป็นคราบบนน้ำซุป หรือเกาะเป็นคราบที่ชามก๊วยเตี๊ยว
ทันที แล้วร่างกายท่านล่ะ จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อดื่มชาเขียวแช่เย็นเข้าไป

ดังนั้นคนญี่ปุ่นจึงไม่ดื่มชาเขียวแช่เย็นอย่างเด็ดขาด แต่จะดื่มชาเขียวร้อนอย่างชาญฉลาด
ในขณะที่คนไทยที่คิดว่าตนเองฉลาดกลับดื่มชาเขียวแช่เย็นกันอย่าง...................................เอร็ดอร่อย แบบฉล๊าด ฉลาด
 

Inotblog © 2008 using D'Bluez Theme Designed by Ipiet Supported by Tadpole's Notez Based on FREEmium theme